Events

  • ในที่สุดทาง Samsung ก็ได้เปิดราคาสมาร์ทโฟนตัวแรงแห่งปีของบริษัทสำหรับในประเทศไทยออกมาแล้วนะครับ

    Samsung เปิด ราคา Samsung Galaxy S4 อย่างเป็นทางการแล้ว!

    หมวด ? Mobile & Tablet ? Android

    sam

    ราคา Samsung Galaxy S4 ติดตามข่าวล่าสุดกับ Tech.MThai ในที่สุดทาง Samsung ก็ได้เปิดราคาสมาร์ทโฟนตัวแรงแห่งปีของบริษัทสำหรับในประเทศไทยออกมาแล้วนะครับ โดยราคา Samsung Galaxy S4 ถูกตั้งราคาเอาไว้ที่ 21,900 บาท ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 3 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ที่ร้าน Samsung Brand Shop และ Telewiz ทุกสาขา โดยจะมีสีให้เลือก 2 สี คือ White Frost (ขาว) และ Black Mist (ดำ) ครับ

    ซึ่งราคาก็เป็นไปตามที่คาดกันไว้ก่อนหน้านี้นะครับ คือ 21,900 บาท ใครที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามได้ที่เว็บไซต์ Samsung เลยครับ http://www.samsung.com/th/galaxys4/

  • หลังจาก คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา เปิดเผยข้อมูล ที่กลายเป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ถึงเพื่อน และ iPhone low cost หรือ iPhone รุ่นประหยัด กันไป

     

    มีคำถามที่วนเวียนอยู่ในใจของสาวก ว่าสรุปแล้วแอปเปิล คงจะทิ้งความเป็นยูนีค ไฮเกรด ไปแล้วเป็นแน่แท้ และยิ่งชัดเจนขึ้นทุกวัน นับจากที่ สตีฟ จ๊อบส์ ลาโลกไป

     

    iPhone low cost

     

    ซึ่งความจริง ในมุมมองของการตลาด การปรับกลยุทธ์ เพื่อซัพพรอตดีมานด์ทางการตลาดนั้น เป็นสิ่งที่บริษัทชั้นนำจำเป็นต้องทำ

     

    เป็นกลไกตลาด ที่การว่ายทวนกระแส นอกจากจะไม่ส่งผลดีแล้ว อาจสูญเสียกำไรที่ควรจะได้ไปอย่างมหาศาล เพราะฉะนั้น อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้ามี….. !! -_-”

     

    iPhone low cost

     

    10 เหตุผล ที่แอปเปิลจะคลอด iPhone Mini

     

    1. ดีมานด์ระดับสูงของตลาด แม้ทุกคนอยากจะได้สมาร์ทโฟนดีๆ สักเครื่อง แต่ก็ไม่ใช่ว่าพวกเค้าจะยอมจ่ายในราคา 20,000 ขี้นไป

     

    2. แอปเปิลสามารถคงความเป็น Premium Brand ในโปรดักส์ราคาต่ำไว้ได้ ด้วยการตัดฟีเจอร์ ลดขนาด แต่ไม่ลดคุณภาพ เช่น iPad mini , MacBook Air , iPod Shuffle ที่ขายคนละ segment กับตัว Pro ทั้งหลาย

     

    3. หลังตัดสินใจบุกตลาดแท็บเล็ต 7 นิ้ว เพื่อกุมบังเหียนตลาดแท็บเล็ตเอาไว้ iPad Mini ประสบความสำเร็จอย่างมาก

     

    iphone_sale_2007_2012

     

    แม้จะไม่ใช่ “ว้าว นวัตกรรม” อย่างที่สาวกต้องการ และสำหรับ iPhone Mini มันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร ที่จะเจริญรอยตาม iPad Mini ด้วยฟีเจอร์ ที่ถูกตัดทอนออกไป

     

    4. แอปเปิลขาย Ecosystem พร้อมกับ Premium Product ผู้ซื้อจะพิจารณา iPhone Mini ที่มากับ iOS และตลาดแอพลิเคชั่น กับตัวเลือกราคาเดียวกัน อาทิ Android และ Windows Phone ราคาถูก

     

    5. สาวกค่อนขอดว่า ไอโฟนตกต่ำ จนต้องมาขายตลาดล่าง แต่ในแง่ตัวเลขทางการตลาด ไอโฟน ทำยอดขายเพิ่มขึ้นตลอด 6 ปี ที่ผ่านมา แม้จะไม่ว้าวก็ตาม!!

     

    ipod-line-up-2012-shuffle-touch-nano

     

    6. การเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น แยกย่อยหลาย Segment มากขึ้น Market Share ของไอโฟนลดลง การเพิ่มโปรดักส์เข้าไปเจาะ Segment อื่นๆ ไม่ใช่เรื่องแปลก

     

    7. ไม่มีสัจจะในหมู่โจรฉันใด ก็ไม่มีความแน่นอนในกลวิธีทางการตลาดฉันนั้น เมื่อครั้ง สตีฟ จ๊อบส์ ยังอยู่ แม้จะบอกว่าไม่ทำอะไรหลายอย่างที่ชาวบ้านทำ เช่น ไม่ใช้ชิป Intel หรือทำ iPad 7 นิ้ว แต่มีหลักฐานยืนยันว่า จ๊อบส์ ยอมรับไอเดีย iPad 7 นิ้ว ตั้งแต่ปี 2011

     

    ipad mini

     

    8. คนที่คุมบังเหียนของแอปเปิลในตอนนี้ คือ Tim Cook งานถนัดของเค้าคือ การควบคุม Supply Chain ทั้งระบบ ลดต้นทุน และเจาะตลาด ( ซึ่งตรงนี้หลายคนมองว่าทำให้แอปเปิลขาดเสน่ห์ เป็นบริษัทขายอุปกรณ์ไอที ไม่ได้ขายนวัตกรรมเหมือนเคย!! )

     

    9. จังหวะการเปิดตัวของ iPhone รุ่นประหยัด หาก ดีเลย์ ออกไปไกลกว่าปี 2013 จะไม่เป็นผลดีต่อแอปเปิลอย่างมาก ทั้งในแง่ของการสูญเสียรายได้ และการแปรผันของเทคโนโลยี ซึ่งเป็นไปอย่างรวดเร็ว

     

    10 . Steve Jobs , we will miss you !!

     ขอบคุณ mthai.com

  • "ติ๊กเก้อ" แอพพลิเคชั่นถ่ายรูปที่กำลังมาแรงและเป็นที่กล่าวถึงในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ชูจุดขายไม่ซ้ำใครตรงที่สามารถถ่ายรูปหรือนำภาพที่อยู่ในเครื่องมาใส่สติกเกอร์ลายข้อความเสี่ยวๆ สไตล์เดียวกับที่ติดท้ายรถสิบล้อซึ่งเรียกเสียงฮาได้ไม่น้อย

    และแน่นอนว่าเมื่อตกแต่งภาพเสร็จเรียบร้อยก็สามารถบันทึกและแชร์ผ่านโซ เชียลเน็ตเวิร์คได้ทันที โดยผู้พัฒนาแอพฯ ติ๊กเก้อ ได้เปิดให้ผู้ใช้งาน iOS และ Android สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี!

    ผู้ใช้งาน Apple iOS (เวอร์ชั่น 5.1 ขึ้นไป) ดาวน์โหลดแอพฯ ติ๊กเก้อ ได้ที่ iTunes
    ผู้ใช้งาน Android (เวอร์ชั่น 3.0 ขึ้นไป) ดาวน์โหลดแอพฯ ติ๊กเก้อ ได้ที่ Google Play

    ขอบคุณ siamphone.com

  • เมื่อปลายปี 2012 ที่ผ่านมานั้น ข่าวลือของ ไอแพด 5 ประเดิมด้วย การถูกคะเนว่าจะเปิดตัวกัน ท้ายไตรมาสแรก 2013 และก็เลยเข้าสู่ไตรมาส 2 แบบเครียร์ๆ ใสๆ

    แล้วว่าเปิ้ลยังไม่ปล่อย Next iPad หรืออะไรออกมาให้สาวกกระชุ่มกระชวยหัวใจเฉาๆ ที่ค่อยๆ เน่าไปพร้อมกับหุ้นที่ดาวน์ระนาวลงมาติดต่อกัน 18 เดือน

     

    ไอแพด 5

     

    ซึ่งเปิ้ลยังคงเลี้ยงกราฟ ไม่ให้ดิ่งลงเหวมากเกินควร ด้วยกระแสข่าวลือของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆ ที่ก็เชื่อว่าใกล้จะเปิดตัวกันในเร็ววันนี้ และน่าจะเป็นอะไรที่ทำให้วงการรู้สึก  “ว้าว อุแม่เจ้า อกอีแป้น แล่นลึก เข้าตึกแขก!! ได้เสียด้วย”

     

    คอนเฟิร์มจากปาก Steve Wozniak ที่ว่า “เปิ้ลกำลังทำบางสิ่ง ที่คนทั้งโลกต้องช๊อคและเซอร์ไพรส์ “ Wozniak เปิดเผยในงานสัมนา Login @ ลิทัวเนีย ที่เพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ

     

    ทุกคนเชื่อว่ามันอาจจะเป็น iWatch แต่หากเป็น iPad 5 คอนเซ็ปต์จาก Ricardo Luis Monteiro Afonso ด้านล่างนี้ เชื่อว่าสาวกต้องร้องว้าวจนแทบสิ้นสมประดี พร้อมดีมานด์ล้นทะลัก ขั้นสุดเป็นแน่ !!

     

    ไอแพด 5

     

    iPad 5

     

    ตัวเครื่องบางลงกว่า iPad 4 ราว  15%

    น้ำหนักลดลงกว่า iPad 4 ราว  25%

    หน่วยประมวลผล A7X พร้อมกล้องความละเอียดHD 5 ล้านพิกเซล

    ดีไซน์ขอบจอ และหน้าจอแ GF2 ทำให้จอบางลง แบบเดียว iPad mini

    แบตเตอรี่8,500-9,000 mAh เพื่อเบตบางลง

    เปิดตัวราว ส.ค. – พ.ย 2013

     

    ไอแพด 5

    ไอแพด 5

    ไอแพด 5

    ไอแพด 5

    ไอแพด 5

    ไอแพด 5

    ไอแพด 5

     

  • หลังจากที่สมาร์ทโฟนตัวท็อปอย่าง Galaxy S4 ได้เปิดตัวไป หากว่าคุณอ่านดูสเปคดีๆ คุณจะเห็นว่ามันมีอะไรบางอย่างหายไป ใช่แล้วครับ S4 ไม่รองรับการฟังวิทยุเหมือนกับ iPhone ครับ ซึ่งแตกต่างจากตระกูล Galaxy S ตัวก่อนๆ ที่จะมีตัวรับสัญญานวิทยุ FM มาให้ด้วย

    แต่ล่าสุดเว็บไซต์ของประเทศรัสเซีย ได้ไปสัมภาษณ์ทาง Samsung เกี่ยวกับสาเหตุว่า ทำไม Samsung Galaxy S4 ไม่มีวิทยุ ซึ่งทาง Samsung ก็ตอบมาดังนี้เลย

    “จากผลสำรวจของเราเกี่ยวกับเทนด์ผู้ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นท็อป พบว่าผู้ใช้ส่วนมากสนใจการใช้งาน digital broadcasting หรือการเสพสื่อออกไลน์จากทาง social networks หรือ YouTube มากกว่า”

    เอาเป็นว่าผู้ที่จะซื้อ Samsung Galaxy S4 คงต้องอดใช้ฟีเจอร์นี้ไปตามระเบียบ ถ้าอยากจะฟังวิทยุคงต้องโหลดแอพฯ ฟังวิทยุออนไลน์มาฟังกันนะครับ เป็นแบบนี้แล้วเหล่าสาวก Apple ยังจะหาว่า Samsung ลอก Apple กันอีกหรือเปล่า เพราะ iPhone ฟังวิทยุไม่ได้มานานแล้ว ^^

    source: androidauthority

  • ตามความคาดหมาย ยักษ์ใหญ่เฟซบุ๊กเปิดตัว "เฟซบุ๊กโฮม (Facebook Home)" แอปพลิเคชันแอนดรอยด์ที่จะเปลี่ยนแปลงหน้าโฮมสกรีนและฟีเจอร์การทำงานหลักของเครื่องให้เหมาะกับชาวโซเชียลยิ่งขึ้น

    ตามความคาดหมาย ยักษ์ใหญ่เฟซบุ๊กเปิดตัว "เฟซบุ๊กโฮม (Facebook Home)" แอปพลิเคชันแอนดรอยด์ที่จะเปลี่ยนแปลงหน้าโฮมสกรีนและฟีเจอร์การทำงานหลัก ของเครื่องให้เหมาะกับชาวโซเชียลยิ่งขึ้น ล่าสุดสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ติดตั้ง Facebook Home จากโรงงานจะพร้อมจำหน่ายในสหรัฐ 12 เมษายนนี้ พร้อมกับที่ Facebook Home จะเปิดให้ชาวแอนดรอยด์ได้ดาวน์โหลดไปใช้งานที่ร้านเพลย์สโตร์ (Play Store) ในวันเดียวกัน
           
           เบื้องต้น ชาวซัมซุงและเอชทีซีจะเป็นผู้ใช้กลุ่มแรกที่สามารถดาวน์โหลด Facebook Home ไปใช้งาน ก่อนที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นจะเริ่มใช้งานได้ในปีนี้ โดยเฟซบุ๊กระบุว่าจะมีการอัปเดทแอปพลิเคชันทุกเดือน
           
           ***Facebook Home โฮมสกรีนใหม่บนแอนดรอยด์
           
           แทนที่จะพัฒนาแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กสำหรับสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอ นดรอยด์แบบเดิม เฟซบุ๊กกลับปิ๊งไอเดียสร้าง Facebook Home ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่จะเปลี่ยนหน้าแรกหรือโฮมสกรีนของแอนดรอยด์ เป็นทางเข้าสู่บริการของเฟซบุ๊กแบบครบวงจร ทั้งการแสดงภาพเต็มจอ พื้นที่โพสต์ข้อความ status update และการแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวในเครือข่ายสังคม (notification)
           
           Facebook Home จึงถูกรายงานว่าเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างแอปพลิเคชันกับระบบปฏิบัติการ หรือที่เรียกว่า Launcher ซึ่งทำให้ผู้ใช้แอนดรอยด์สามารถใช้งานเฟซบุ๊กโดยไม่ต้องคลิกเปิดแอป
           
           จุดเด่นของ Facebook Home คือการแสดงข้อความล่าสุดของเพื่อนทั้งหมด (News Feed) บนหน้า lock screen และหน้า home screen ของสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ ทั้ง Promoted Post หรือข้อความโฆษณาก็จะถูกดึงขึ้นมาแสดงด้วยในหน้านี้ ผู้ใช้สามารถจะกด Like และเขียน Comment ได้สะดวกสบาย
           
           แม้ว่าผู้ใช้จะเข้าแอปพลิเคชันอื่นอยู่ Facebook Home จะทำให้ผู้ใช้สามารถอ่านข้อความหรือ Message ที่เพื่อนส่งมาหา รวมถึงสามารถรับข้อความเตือน Notification อื่นๆได้ทันที ผู้ใช้สามารถเลือกกดเข้าไปอ่านหรือโต้ตอบได้เลย หรือเลือกเก็บไว้อ่านทีหลังด้วยการลากนิ้วดึงเนื้อหาออกไปจากหน้าจอ
           
           ทั้งหมดนี้ มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ซีอีโอผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กระบุว่า ผู้ใช้ทุกคนสามารถติดตั้งแอปพลิเคชันอื่นลงในมือถือแอนดรอยด์ได้ตามปกติ และสามารถเข้าสู่การทำงานของ Facebook Home ได้ด้วยการปาดหน้าจอครั้งเดียว จุด ประสงค์ของการพัฒนาครั้งนี้คือการแก้ปัญหาความน่าเบื่อของการสลับแอปพลิเค ชันไปมา ซึ่ง Facebook Home จะทำให้เฟซบุ๊กสามารถเชื่อมต่อกับผู้ใช้ได้ในรูปแบบการพูดคุย ไม่ใช่แอปพลิเคชัน
           
           "Facebook Home ทำให้การสื่อสารเกิดขึ้นบนโทรศัพท์แบบเสรีและไร้พรมแดน"
           
           ***รองรับซัมซุงและเอชทีซี
           
           เอชทีซีจะเป็นผู้ผลิตรายแรกที่ติดตั้งระบบ Facebook Home ในสมาร์ทโฟนจากโรงงาน โดยใช้ชื่อรุ่นว่า HTC First กำหนดการวางขายคือวันที่ 12 เมษายน 2556 ราคา 99.99 เหรียญสหรัฐ (ติดสัญญา 2 ปี)
           
           นอกจากนี้ Facebook Home ยังถูกพัฒนาเป็นอีกเวอร์ชันที่ผู้ใช้แอนดรอยด์จะสามารถติดตั้งในสมาร์ทโฟนที่มีอยู่ เบื้องต้น โทรศัพท์ที่จะใช้ Facebook Home ได้คือโทรศัพท์จากเอชทีซีและซัมซุงเท่านั้น จุดนี้เฟซบุ๊กเผยว่าจะมีผู้ผลิตรายอื่นร่วมเป็นพันธมิตรในอนาคต พันธมิตรเหล่านี้จะถูกเรียกว่า Facebook Home Program ซึ่งขณะนี้โซนี่ หัวเว่ย แซททีอี อัลคาเทล และเลอโนโวมีรายชื่อเป็นส่วนหนึ่งในสมาชิกโครงการนี้แล้ว
           
           สำหรับ HTC First จะมาพร้อมชิป Qualcomm Snapdragon 400 dual-core หน่วยความจำ RAM ขนาด 1GB ระบบปฏิบัติการ Android 4.1 Jelly Bean ซึ่งมี HTC Sense 4.1 และ Facebook Home ครอบอยู่ หน้าจอกว้าง 4.3 นิ้วความละเอียด 720p กล้องดิจิตอลด้านหน้า 5 ล้านพิกเซล กล้องด้านหลัง 1.6 ล้านพิกเซล สามารถรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth, WiFi และ GPS สามารถทำงานบนระบบ 4G LTE วางจำหน่าย 4 สีได้แก่ แดง ฟ้า ขาว และดำ
           
           ผู้ใช้สมาร์ทโฟนเอวทีซีและซัมซุงบางรุ่นจะสามารถดาวน์โหลด Facebook Home ไปใช้งานได้ผ่านร้าน Play Store ในวันที่ 12 เมษายนนี้ ได้แก่ HTC One, HTC One X, Samsung Galaxy SIII, Samsung Galaxy S4 และ Samsung Galaxy Note II โดยผู้ใช้ Nexus 4 จะยังไม่รองรับ
           
           อย่างไรก็ตาม Facebook Home ยังไม่รองรับการแสดงผลบนแท็บเล็ต คาดว่าจะสามารถพัฒนาเวอร์ชันใหม่ที่รองรับแท็บเล็ตในช่วง 2-3 เดือนนับจากนี้
           
           ทั้งหมดนี้ ซีอีโอเฟซบุ๊กยกความดีของการแจ้งเกิด Facebook Home ให้ความเสรีของแอนดรอยด์ ซึ่งทำให้การปรับแต่งและพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างแตก ต่างและอิสระ


  • เกิดเรื่องซะแล้วครับ หลังจากที่ Samsung ได้เปิดตัว Galaxy S4 ที่มาพร้อมกับระบบตรวจจับดวงตาสุดล้ำ ในฟีเจอร์ Smart Pause และ Smart Scroll แต่ล่าสุดดูเหมือนว่า Samsung จะงานเข้าซะแล้ว เมื่อบริษัทเพื่อนร่วมชาติอย่าง LG บอกว่า Samsung นั้นได้ระเมิดสิทธิบัตรระบบตรวจจับดวงตาของตนเองที่ได้จดสิทธิบัตรไว้ตั้ง

    จากรายงานของ Yonhap News Agency รายงานว่า ก่อนหน้าที่ Samsung จะเปิดตัว Samsung Galaxy S4 ที่มาพร้อมกับ Smart Scroll และ Smart Pause นั้น ก่อนหน้านั้น 1 วัน LG ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บน LG Optimus G Pro เรียกว่า SmartVideo ซึ่งเป็นการใช้ดวงตาในการสั่งการเหมือนกัน รวมไปถึงเวลาการหยุดวีดีโอชั่วคราว หากผู้ชมไม่ได้มองอยู่ที่หน้าจอด้วย

    นอกจากนี้ LG ยังได้นำเอกสารต่างๆ ที่ระบุว่าทางบริษัทได้จดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับระบบ eye-tracking ไว้ตั้งแต่ปี 2005 และสิทธิบัตร SmartVideo ตั้งแต่ปี 2009 โดยทาง LG เตรียมที่จะดำเนินการกับ Samsung ในเดือนหน้าที่จะถึงนี้

    อย่างไรก็ตามเบื้องต้นมีข่าวว่า Samsung เองได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และอ้างว่าทางบริษัทใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาเองใส่ไว้ใน Smart Pause บน Samsung Galaxy S4


    ขอบคุณ www.mthai.com

  • อัพเดต Android 5.0 Key Lime Pie ติดตามข่าวล่าสุดกับ Tech.MThai มาแล้วครับรายชื่อล่าสุดจาก Samsung ก่อนที่ Google จะเปิดตัวระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่นล่าสุดคือ Android 5.0 Key Lime Pie โดยแหล่งข่าวจากทาง Samsung ได้ประกาศรายชื่อมือถือที่จะสามารถอัพเดตได้ โดยมีรายชื่อดังนี้เลยครับ






    อัพเดต Android 5.0 Key Lime Pie ติดตามข่าวล่าสุดกับ Tech.MThai มาแล้วครับรายชื่อล่าสุดจาก Samsung ก่อนที่ Google จะเปิดตัวระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่นล่าสุดคือ Android 5.0 Key Lime Pie โดยแหล่งข่าวจากทาง Samsung ได้ประกาศรายชื่อมือถือที่จะสามารถอัพเดตได้ โดยมีรายชื่อดังนี้เลยครับ



    รายชื่ออุปกรณ์ Samsung ที่ อัพเดต Android 5.0 Key Lime Pie ได้

    - Samsung Galaxy S4 (แน่สิ มันเพิ่งจะเปิดตัวนี่นา)
    - Samsung Galaxy S3
    - Samsung Galaxy Note 2
    - Samsung Galaxy Note 8.0
    - Samsung Galaxy Note 10.1

    ซึ่งดูจากรายชื่อแล้ว ก็ถือเป็นมือถือ และแท็บเล็ตระดับท็อปขายดีของ Samsung ทั้งนั้นครับ


    และต่อไปเป็นรายชื่อของมือถือ Samsung ที่จะอัพเดตได้สูงสุดแค่ Android 4.2.2 Jelly Bean ครับ

    - Samsung Galaxy S2
    - Samsung Galaxy Note 1
    - Samsung Galaxy Grand
    - Samsung Galaxy Grand Duos
    - Samsung Galaxy S3 Mini
    - Samsung Galaxy Express
    - Samsung Galaxy Premier
    - Samsung Galaxy S2 Plus
    - Samsung Galaxy Young
    - Samsung Galaxy Young Duos
    - Samsung Galaxy Fame
    - Samsung Galaxy X Cover 2

    โดยนอกจากตัวอัพเดต Android 4.2.2 JB แล้ว Samsung ยังจะส่ง Value Pack ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความสามารถบางอย่างของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ให้กับมือถือรุ่นกลางได้ใช้กัน (อย่างที่ตอนนี้มีข่าวว่า Galaxy Grand ในอินเดียนั้นได้ฟีเจอร์ Group Play ของ S4 ด้วย) ส่วนท่านที่มีสมาร์ทโฟน Android ของ Samsung รุ่นอื่นๆ นอกเหนือจากนี้คงต้องใช้ OS เวอร์ชั่นเดิมนะครับ (หรือจะใช้วิธี Root เวอร์ชั่นใหม่เอง อันนี้ก็ไม่ว่ากันฮะ) ^^

    อย่างไรก็ตาม รายชื่อนี้เป็นรายชื่ออย่างไม่เป็นทางการนะครับ ยังไงต้องรอทาง Samsung ประกาศอีกทีครับ

  • หลังปล่อยให้ LINE แอพพลิเคชัน และ WeChat พูดคุยที่ตอนนี้กลายเป็นแพล็ตฟอร์มไปแล้วออกอาละวาดกวาดผู้ใช้งานทั่วเอเชีย Whatsapp แอพพลิเคชันพูดคุยที่เคยดังมาก่อนอย่าง Whatsapp ตอนนี้ได้เริ่มวางแผนจะเก็บเงินกับผู้ใช้งานบน iOS แบบรายปีบ้างแล้ว ซึ่งดูแล้วก็เป็นข่าวที่ไม่ค่อยดีนักกับผู้ใช้ iPhone, iPad หน้าให

    ข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยโดย CEO ของทาง Whatsapp - Jan Koum โดยจะมีการเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่ Whatsapp ต้องซื้อแอพบน  iTunes Store ด้วยราคา 0.99 เหรียญสหรัฐฯ แล้วสามารถ ใช้ได้ตลอด เปลี่ยนมาเป็นการเสียค่าธรรมเนียมการใช้งานรายปีแทน โดยการดาวน์โหลดเพื่อใช้งานครั้งแรกนั้นจะฟรี ไม่มีค่าใช้ข่าย แต่หลังจากใช้ไปแล้ว 1 ปี ก็จะต้องเสียค่าบริการปีละ 1 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 30 บาท โดยที่รูปแบบการเก็บเงินนี้ถูกทำมาแล้วบนระบบปฏิบัติการอื่นๆ อย่าง Android, Blackberry, Nokia และ Windows Phone นั่นคือการเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานแบบฟรีๆ และหลังจากใช้ไป 1 ปีแล้วก็จะทำการเก็บเงิน 1 เหรียญสหรัฐฯ ไปทุกๆ ปี

    ทาง Jan Koum นั้นบอกว่ารูปแบบนี้จะใช้กับผู้ที่ใช้งาน Whatsapp ใหม่ โดยยังไม่มีกำหนดวันที่จะเริ่มรูปแบบการเก็บเงินนี้เป็นที่แน่นอน แต่มันอยู่ในแผนการจะเกิดขึ้นภายในปีนี้แล้ว โดยให้เหตุผลในการทำครั้งนี้แต่เพียงว่า อยากทำให้ Whatsapp ง่ายขึ้น (เข้าใจว่าจะทำให้ทุกแพล็ตฟอร์มเก็บเงินในรูปแบบเดียวกัน จะได้จำง่ายขึ้น)

    อีกเรื่องที่มีการพูดถึงนั่นก็คือการทำ Whatsapp เพื่อมาใช้งานบนคอมพิวเตอร์ โดยทาง CEO Whatsapp ออกมาบอกเพียงแค่ว่า เขาได้รับคำถามนี้บ่อยมาก แต่เขายังชื่อว่าโลกในยุคนี้คนจะยังยึดติดกับอุปกรณ์ที่พกพาได้อย่างสมาร์ท โฟนหรือแท็บเล็ต เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนก็พบไปได้ตลอดเวลา ส่วนเดสก์ท็อปหรือคอมพิวเตอร์เราถือเป็นเรื่องรองลงไป ดังนั้นจึงไม่มีแผนในการทำในเร็ววันนี้แน่นอน เราจะมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับโมบายล์เป็นหลัก

    สำหรับบริการใหม่ๆ ที่นอกเหนือจากการแชทและโทรกันแล้ว ก็เริ่มมีพูดถึงกันบ้างไม่ว่าจะเป็นการแปลภาษา หรือการ live streaming video หรือบริการถ่ายทอดสด แม้กระทั่งเกม ซึ่งทาง CEO บอกว่าจะยังไม่เปิดให้บริการในปีนี้อย่างแน่นอน

    เราได้อะไรจากข่าวนี้

    ดูทิศทางแล้วน่าสนใจอย่างมากว่าบริการที่ Whatsapp นั้นจะเป็นที่ยอมรับให้กับผู้ใช้หน้าใหม่บน iOS ที่เคยชินกับการซื้อครั้งเดียวจบได้แค่ไหน และบริการอื่นๆ ที่ Whatsapp แอบซุ่มทำนั้นจะออกมาให้รูปแบบใด ซึ่งดูๆ ไปแล้วก็แทบไม่ต่างกับที่ LINE จาก naver ทำอยู่ในตอนนี้ ซึ่งถือว่าเป็นแพล็ตฟอร์มแทบจะสมบูรณ์แล้ว ถ้าให้ลองคิดถึงบริการที่ทาง Whatsapp จะทำออกมา ก็คงจะกระตุกเงินออกจากผู้ใช้งานได้ยากกว่า LINE นอกจากกินค่าบริการปีละเหรียญไปเรื่อยๆ ต่างจาก LINE ที่ลำพังค่าสติกเกอร์อันเดียวก็ปาไป 2 เหรียญฯ ไม่นับว่าแต่ละคนซื้อกันกี่แบบ (แค่ทีมงาน thumbsup ก็ซื้อกันสนุกมือ มีกันคนละไม่ต่ำกว่า 5 แบบเข้าให้แล้ว)

    ผลตอบรับของคนใช้งานใหม่เป็นสิ่งที่น่าสนใจครับว่า จะมีคนจะยอมจ่ายเงินปีละ 30 บาทให้กับบริการ Whatsapp มากน้อยขนาดไหนกัน? และการไปบุกตลาดอเมริกาของ LINE จะทำให้ยอดผู้ใช้งาน Whatsapp ลดลงขนาดไหน เป็นสิ่งที่น่าติดตามครับ…

    ที่มา: TechCrunch

  • ทรูมูฟ เอช ผู้นำสมาร์ทดีไวซ์ทุ่มสุดตัวเอาใจลูกค้าจัดโปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้มกับ iPhone 4 8GB ในราคา 50% พิเศษ! ผ่อนน้อยเพียง 695 บาท10 เดือน 0% เมื่อสมัครและจ่ายล่วงหน้า 7 เดือน กับแพ็กเกจ iSmart เดือนละ 699 บาท โทร ใช้ทั้งเน็ตและ WiFi ไม่จำกัด

    ทรูมูฟ เอช ตอกย้ำความเป็นผู้นำสมาร์ทโฟนมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าใครให้คนไทยได้ใช้ 3G+ อย่างทั่วถึง ด้วยการให้คุณเป็นเจ้าของ iPhone 4 8 GB แบบง่ายๆ จากราคาปกติ13,900 บาท เหลือเพียง 6,950 บาท สามารถ ผ่อนค่าเครื่อง 0% 10 เดือน ในราคาเบาๆ เพียงเดือนละ 695 บาทเมื่อสมัครแพ็กเกจ iSmart 699 (สามารถใช้ค่าโทร 350 นาทีและเน็ตไม่จำกัด) และจ่ายค่าบริการรายเดือนล่วงหน้า 7 เดือน เป็นจำนวนเงิน 5.235.51 บาท

    แบบที่1

    ดร. กิตติณัฐ ทีคะวรรณ ผู้อำนวยการด้านบริหารผลิตภัณฑ์ดีไวซ์ กล่าวว่า “สำหรับโปรโมชั่น iPhone 4 ความจุ 8 GB ที่นำมาจำหน่ายนี้มาพร้อมระบบปฏิบัติการ iOS 6 บนสมาร์ทโฟนที่ล้ำสมัยที่สุด โดดเด่นด้วย ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หนุ่มสาวรุ่นใหม่ในปัจจุบันไม่ว่าจะ โทรแบบเห็นหน้าผ่าน FaceTime แชทผ่าน iMessage ส่งสติ๊กเกอร์ Mr.H ผ่าน Line หรือแชร์ภาพผ่านFacebook แบบ Seamless ตอบสนองความต้องการ ทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพกับบริการทรูมูฟ เอช 3G+ บนเครือข่าย850 MHz. ที่โทรชัดเน็ตแรง ครอบคลุมมากที่สุดในไทย พร้อมรองรับการใช้งานบนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ที่จะมาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโครงข่ายเร็วๆ นี้ เพื่ออิสระในการถ่ายทอดไอเดียและการสื่อสารที่เต็มประสิทธิภาพด้วยเครือข่าย 3G ของ ทรูมูฟ เอช ที่จะทำให้การใช้งาน เต็มประสิทธิภาพ สูงสุดโดยโปรโมชั่นเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม ถึง 31 พฤษภาคมนี้ ที่ทรูช้อปทั่วประเทศ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษส่วนลดสูงสุด 50% (ค่าเครื่องและฟรีค่าบริการ-รายเดือนเป็นเวลา 7 เดือน) ที่ตัวแทนจำหน่าย ทรูมูฟ เอช ไอโฟนทั่วประเทศและทรูสโตร์ http://store.truecorp.co.th
  • 21-24 มีนาคม ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต

    Promotion DELL

    Promotion DELL

    Promotion ACER

    ที่บูธ ACER

    Promotion Sony Ericsson txt pro

    ที่บูธ Gai Gaew shop บูธเลขที่ C 33 , 35

    Promotion Aircard

    ที่บูธ A.S. TRADING GROUP บูธเลขที่ G90 - 91

    Promotion Kaspersky & Vivitek

    ที่บูธ Kaspersky ใน Plenary Hall P38 - 39

    Promotion TABLET

    ที่บูธ GADGETDOOR.COM หมายเลขบูธ C152-C153

    Promotion TABLET

    บูธ TTDC ใน Plenary Hall

    Promotion Digilife

    Promotion Digilife

    Promotion GP Battery

    Promotion GP Battery


    Promotion Samsung

    Samsung ATIV smart PC

    Promotion Innergie

    รุ่น Pocket Cell

    Promotion D-Link

    D-Link IP Camera DCS-930L

    Promotion Digilife

    Promotion Digilife

    Promotion SVOA

    Promotion SVOA

    Promotion Photo Hut

    NIKON1 J1D 10 MM

    Promotion ASAKI

    Promotion ASAKI

  • การยกระดับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบ็กโบน 100 กิกะบิตต่อวินาทีของทรู ไม่ได้สร้างกระแสให้เกิดความตื่นเต้นเฉพาะในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีความจุสูงที่สุดในโลกอีกด้วย

    การยกระดับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบ็กโบน 100 กิกะบิตต่อวินาทีของทรู ไม่ได้สร้างกระแสให้เกิดความตื่นเต้นเฉพาะในประเทศเท่านั้น แต่ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่เป็น Cisco Nexus 7000 ที่ทำการเปลี่ยนชิปในสวิตช์จากเดิมที่ใช้ 10 Gbps จำนวน 12 ตัว เป็นชิปรุ่นใหม่ที่รองรับความเร็วในการส่งต่อข้อมูลสูงสุดถึง 100 Gbps จำนวน 4 ตัว สามารถรองรับการส่งผ่านข้อมูลเพิ่มเป็น 400 Gbps ทำให้ทรูไม่ได้เป็นรายแรกในเอเชียเท่านั้นที่ได้อัปเกรดอินเทอร์เน็ตแบ็กโบ นเป็น 100 กิกะบิตต่อวินาที แต่ยังเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีความจุสูงที่สุดในโลกอีกด้วย
           
           การอัปเกรดดังกล่าวถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของคอร์เน็ตเวิร์กให้ รองรับแบนด์วิดท์ได้สูงขึ้นจากเดิมเกือบ 4 เท่าตัว ซึ่งทรูมั่นใจว่าจะสามารถรองรับการใช้งานของลูกค้าได้อีก 2-3 ปีข้างหน้า และในอนาคตอันใกล้นี้หากมีการใช้งานเพิ่มขึ้น ทรูและเทคโนโลยีของซิสโก้ก็พร้อมที่จะขยายได้อีก เพียงแค่เปลี่ยนชิปการ์ดที่มีความจุเพิ่มเท่านั้น ก็สามารถให้บริการอย่างต่อเนื่องได้ทันที
           
           วสุ คุณวาสี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ย้ำว่าการอัปเกรดอินเทอร์เน็ตแบ็กโบนในครั้งนี้ ถือเป็นการพัฒนาและปรับปรุงศักยภาพโครงข่ายการให้บริการสื่อสาร เพื่อรองรับการใช้งานขององค์กรธุรกิจที่มีการใช้งานเพิ่มมากขึ้นทุกๆปี ตอบสนองความต้องการใช้งานลูกค้ากลุ่มทรูให้สามารถใช้งานเครือข่ายได้อย่าง ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ด้วยการลดจำนวนชิปลงจากเดิมแต่ให้ความจุมากขึ้น ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายทั้งในแง่การบำรุงรักษา สายไฟเบอร์ และอื่นๆ ได้มากกว่า 20%
           
           'ปัจจุบันระบบสวิตช์คอร์เน็ตเวิร์กของทรูอินเทอร์เน็ตจะมี การใช้งานแบนด์วิดท์ของทรูอยู่ที่ประมาณ 100 Gbps จากที่มีอยู่ 120 Gbps มีการเชื่อมต่อกัน 2 ที่เพื่อทำการสำรองใช้หรือ Redundant ระหว่างกัน แต่ทรูคิดว่าเท่าที่มีอยู่แม้จะเพียงพอ แต่ถ้าจะให้มั่นใจควรจะมีสำรองไว้ 50-60 % ซึ่งถือว่าดีที่สุด เพื่อให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับแนวโน้มการใช้งานของลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในอนาคต'
           
           ***เพิ่มพลังคอนเวอร์เจนท์***
           
           การใช้งานอินเทอร์เน็ตในเมืองไทยมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้บริการด้านเครือข่ายข้อมูลหรือ Data Network Service นับ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ ทั้งคอนซูเมอร์และคอร์ปอเรต ที่นอกจากส่งผ่านตัวอักษรและภาพแล้ว วิดีโอยังมีแนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มขึ้นตามความสามารถของเน็ตเวิร์กและดีไว ซ์ ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาสนใจในสิ่งที่นอกเหนือไปจากการดูแค่ภาพหรือเสียง เช่นการใช้งานด้านความบันเทิง หรือการทำงานผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
           
           นอกจากนี้ด้วยแนวทาง 'คอนเวอร์เจนท์' ของกลุ่มทรู ทำให้การเชื่อมโยงบริการต่างๆ ระหว่างลูกค้าภายในกลุ่ม ต้องการแบนด์วิดท์ที่มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีใหม่อย่าง 3.0 ที่สามารถให้บริการแบบ Triple Play (อินเทอร์เน็ต ทีวี และโทรศัพท์) ดังนั้นการเพิ่มความจุดังกล่าวจึงมีปัจจัยมาจากการใช้งานคอนเวอร์เจนท์ของ กลุ่มทรูที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน รวมไปถึงการคิดผลิตภัณฑ์ต่างๆ ร่วมกันจึงต้องการเน็ตเวิร์กที่มีประสิทธิภาพสูง
           
           'การใช้งานแบนด์วิดท์อินเทอร์เน็ตตามบ้านจากเดิมในช่วงไม่กี่ปีที่ ผ่านมาอยู่ที่ 5-6 Mbps แต่ปัจจุบัน 10 Mbps และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงการตอบสนองการใช้งานในด้านองค์กรที่จะมีการเชื่อมต่อกันเป็น 1 ท่อต่อ 1 บริษัททำให้เราต้องเพิ่มในส่วนนี้เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ประกอบกับการใช้งานรูปแบบใหม่ที่องค์กรต่างๆ อนุญาตให้พนักงานสามารถนำอุปกรณ์ส่วนตัวไปใช้ในที่ทำงานหรือ BYOD ได้ ก็จะก่อให้เกิดการใช้งานดาวน์โหลดที่มีความต่อเนื่องมากขึ้น เช่นการดาวน์โหลดวิดีโอ หรือกราฟิก ที่จะทำได้ในทุกๆ ที่โดยไม่ติดขัด'

    ***ภาษาไทย-ท่องเว็บนอก ต้นเหตุปั่นแบนด์วิดท์ ***
           
           วสุ กล่าวว่า เนื่องจากประเทศไทยมีการใช้ภาษาที่แตกต่างจากชาติอื่น ส่งผลให้ต้องมีการเก็บฐานข้อมูลซึ่งมีขนาดใหญ่ไว้ในประเทศ นอกจากนี้ยังมีปริมาณการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ก อาทิ Google YouTube และ Facebook ก่อให้เกิดทราฟิกสูงมาก ตลอดจนการไปดึงคอนเทนต์จากเว็บต่างประเทศที่ก่อให้เกิดการแคช (Cache ) ของข้อมูลเป็นจำนวนมากขึ้น อย่างเช่นในปีที่ผ่านมา Google ส่งแคชให้ทรูเยอะมาก ประกอบกับการใช้งานสูงขึ้นมากทำให้ต้องมีทราฟิกที่ต้องหมุนเวียนตลอดเวลา
           
           'เว็บแคชชิ่งคือการที่เครื่อง Proxy Server ทำการเก็บสำรองข้อมูลของเว็บไซต์ต่างๆ ที่เกิดจากการไปเยี่ยมชมของเครื่องลูกข่ายแต่ละเครื่องไว้ในฮาร์ดดิสก์ซึ่ง เรียกว่า แคช (Cache ) จากนั้นหากมีเครื่องลูกข่ายเครื่องใดที่ต้องการเยี่ยมชมเว็บไซต์เหล่านั้น ซ้ำ เครื่อง Proxy Server ก็จะดึงข้อมูลของเว็บไซต์นั้นจากแคชแล้วส่งกลับไปให้แทน ซึ่งเป็นการลดความถี่ในการเข้าถึงข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้โดยตรง ในขณะเดียวกันเครื่องลูกข่ายก็จะได้รับข้อมูลเร็วขึ้น ดังนั้นถ้าแคชมีขนาดใหญ่เท่าไร ความเร็วของระบบโดยรวมก็จะยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้น ทรูจึงจำเป็นต้องเพิ่มคาปาซิตี้เพื่อรองรับในเรื่องเหล่านี้ ถือเป็นการดึงดูดให้คนมาใช้งานให้นานที่สุด แต่ถ้ายังอยู่แบบความจุเดิมจะก่อให้เกิดคอขวด คนใช้งานช้าก็จะเบื่อ ดังนั้นการใช้งานและคุณภาพของจราจรของสัญญาณที่ลื่นไหลจะเป็นตัวทำให้ลูกค้า เลือกทรู'
           
           ทั้งนี้การลงทุนเพิ่มความจุให้กับแบ็กโบนดังกล่าวทรูได้ตั้งเป้าหมายรายได้ที่ 1,400 ล้านบาทในปีนี้ (เฉพาะ ตลาดคอร์ปอเรตใหญ่ๆ) เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 1,050 ล้านบาท โดยจะมีการทำบริการเสริมเพื่อให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตเติบโตยิ่งขึ้นอีก ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถรองรับระบบ VDI - Virtual Desktop Infrastructure ที่กำลังเป็นเทรนด์การทำงานทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ รวมไปถึงการให้บริการ Application as a Service ที่คาดว่าจะจับมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อนำเสนอต่อลูกค้าในอนาคตอันใกล้นี
           
           ***สื่อดิจิตอลบนคลาวด์อีกปัจจัยที่เพิ่มแบนด์วิดท์***
           
           ทรู อินเทอร์เน็ต จะให้บริการ Hatari AdNet โซลู ชั่นที่สามารถเปลี่ยนหน้าจอแสดงผลดิจิตอลทั่วไปให้เป็นแพลตฟอร์มการสื่อสาร เจาะกลุ่มองค์กรขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถเข้าถึงลูกค้าในรูปแบบที่แปลกใหม่ และสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับการทำให้แบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานการประชาสัมพันธ์หน้าร้าน ในรูปแบบบริการเสริม ด้วยแพลตฟอร์มที่จะเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการเดิมๆไปสู่รูปแบบการให้ บริการบนคลาวด์ (Cloud Delivery Model) เทคโนโลยีเครือข่าย รวมถึงแอปพลิเคชั่นแบบบิวท์อินอัจฉริยะ ซึ่งสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิตอลบนระบบคลาวด์นี้ นอกจากจะใช้โครงสร้าง พื้นฐานคลาวด์จากซิสโก้ และความเชี่ยวชาญทางด้านการให้บริการสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิตอลของฮาตาริ ไวร์เลส แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องนำมาประกอบกันคือการให้บริการบนระบบคลาวด์ ของทรู อินเทอร์เน็ต ซึ่งเมื่อการใช้งานนี้เป็นที่แพร่หลายมากขึ้น จะก่อให้เกิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่จำเป็นต้องใช้แบนด์วิดท์ที่สูงขึ้นด้วย
           
           วสุ เชื่อว่าการเติบโตของบริการดังกล่าวจะเกิดจากความจำเป็นของเอสเอ็มอีที่ต้อง ขยายช่องทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมี ประสิทธิภาพ และตรงใจลูกค้า รวมไปถึงการใช้งานควบคู่ไปกับเทคโนโลยีอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โมบิลิตี้ และเทคโนโลยีคลาวด์ ที่จะช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้ประสบความสำเร็จ และในปัจจุบันทรูมีลูกค้าเอสเอ็มอีหลายรายที่ใช้งานทางด้านนี้อยู่ ซึ่งหากมีบริการใหม่ๆ เพิ่มขึ้นลูกค้าก็จะมีการใช้งานแบนด์วิดท์จากทรูที่เพิ่มขึ้นด้วย

    ***Cisco Nexus 7000 พระเอกตัวจริง ***
           
           ดร.ธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า ทรูถือเป็นเจ้าแรกในเอเชียที่ใช้เทคโนโลยี Cisco Nexus 7000 นี้ รวมไปถึงยังเป็นผู้ให้บริการที่มีคาปาซิตี้มากที่สุดในโลก โดยเป็นการใช้งานอุปกรณ์เดิมเพียงแค่เปลี่ยนชิปการ์ดตัวใหม่ใส่เข้าไปเท่า นั้น เป็นการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องสิ้นเปลืองเวลาเปลี่ยนถ่าย เทคโนโลยี
           
           โดย Cisco Nexus 7000 ทำหน้าที่เป็นคอร์เน็ตเวิร์คของแพลตฟอร์มสวิตซ์ที่ผนวกความสามารถทางด้าน อีเทอร์เน็ต, ไอพี และสตอเรจ ไว้บนเครือข่ายเดียวกันอย่างครบวงจร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ Cisco Unified Service Delivery ช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ที่ปัจจุบันมีความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แพลตฟอร์มแบบโมดูลาร์ที่สามารถปรับขนาดได้ครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถส่งข้อมูลหรือวิดีโอจากดาต้าเซ็นเตอร์อย่าง ปลอดภัย และมีคุณภาพสูงสุด ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ผสานความสามารถด้านอีเทอร์เน็ตและสตอเรจไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์ทุกเครื่องสามารถเข้าถึงทรัพยากรเครือข่าย (Network Resources) และสตอเรจทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
           
           'ในปีนี้มาตรฐานความเร็วสูงสุดของชิป 1 ตัวอยู่ที่ 100 Gbps แต่ในอนาคตอันใกล้ซิสโก้ก็จะมีผลิตภัณฑ์ที่รองรับความเร็วสูงสุด 400 Gbps ต่อ 1 ตัวออกมาอีก ดังนั้นถ้าทางทรูต้องการเพิ่มแบนด์วิดท์ ก็สามารถนำชิปตัวดังกล่าวมาใส่เพิ่มในสวิตช์ Cisco Nexus 7000 ให้รองรับแบนด์วิดท์ที่เพิ่มขึ้นได้เช่นกัน'
           
           เน็ตเวิร์กถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจและก่อให้เกิด ‘Internet of Everything’ ที่สร้างความต้องการด้านวิดีโอ คลาวด์ และการบริการด้านโมบายล์กำลังผลักดันให้องค์กรธุรกิจต่างๆสร้างอำนาจในการ เชื่อมต่อ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะมีการแข่งขันที่สูงมากในการให้ บริการเครือข่ายข้อมูล ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแก่ลูกค้า ดังนั้นการปรับปรุงประสิทธิภาพของการทำงานของระบบก่อนคู่แข่งจึงถือเป็นความ ได้เปรียบเพราะจะสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้มากกว่า


หน้าที่   1 2 3 4  >