Events

ทรูเร็วปรี๊ด!? อัปเดทแบ็กโบนอินเทอร์เน็ต 400 Gbps จุสุดในโลก

การยกระดับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบ็กโบน 100 กิกะบิตต่อวินาทีของทรู ไม่ได้สร้างกระแสให้เกิดความตื่นเต้นเฉพาะในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีความจุสูงที่สุดในโลกอีกด้วย

การยกระดับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบ็กโบน 100 กิกะบิตต่อวินาทีของทรู ไม่ได้สร้างกระแสให้เกิดความตื่นเต้นเฉพาะในประเทศเท่านั้น แต่ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่เป็น Cisco Nexus 7000 ที่ทำการเปลี่ยนชิปในสวิตช์จากเดิมที่ใช้ 10 Gbps จำนวน 12 ตัว เป็นชิปรุ่นใหม่ที่รองรับความเร็วในการส่งต่อข้อมูลสูงสุดถึง 100 Gbps จำนวน 4 ตัว สามารถรองรับการส่งผ่านข้อมูลเพิ่มเป็น 400 Gbps ทำให้ทรูไม่ได้เป็นรายแรกในเอเชียเท่านั้นที่ได้อัปเกรดอินเทอร์เน็ตแบ็กโบ นเป็น 100 กิกะบิตต่อวินาที แต่ยังเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีความจุสูงที่สุดในโลกอีกด้วย
       
       การอัปเกรดดังกล่าวถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของคอร์เน็ตเวิร์กให้ รองรับแบนด์วิดท์ได้สูงขึ้นจากเดิมเกือบ 4 เท่าตัว ซึ่งทรูมั่นใจว่าจะสามารถรองรับการใช้งานของลูกค้าได้อีก 2-3 ปีข้างหน้า และในอนาคตอันใกล้นี้หากมีการใช้งานเพิ่มขึ้น ทรูและเทคโนโลยีของซิสโก้ก็พร้อมที่จะขยายได้อีก เพียงแค่เปลี่ยนชิปการ์ดที่มีความจุเพิ่มเท่านั้น ก็สามารถให้บริการอย่างต่อเนื่องได้ทันที
       
       วสุ คุณวาสี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ย้ำว่าการอัปเกรดอินเทอร์เน็ตแบ็กโบนในครั้งนี้ ถือเป็นการพัฒนาและปรับปรุงศักยภาพโครงข่ายการให้บริการสื่อสาร เพื่อรองรับการใช้งานขององค์กรธุรกิจที่มีการใช้งานเพิ่มมากขึ้นทุกๆปี ตอบสนองความต้องการใช้งานลูกค้ากลุ่มทรูให้สามารถใช้งานเครือข่ายได้อย่าง ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ด้วยการลดจำนวนชิปลงจากเดิมแต่ให้ความจุมากขึ้น ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายทั้งในแง่การบำรุงรักษา สายไฟเบอร์ และอื่นๆ ได้มากกว่า 20%
       
       'ปัจจุบันระบบสวิตช์คอร์เน็ตเวิร์กของทรูอินเทอร์เน็ตจะมี การใช้งานแบนด์วิดท์ของทรูอยู่ที่ประมาณ 100 Gbps จากที่มีอยู่ 120 Gbps มีการเชื่อมต่อกัน 2 ที่เพื่อทำการสำรองใช้หรือ Redundant ระหว่างกัน แต่ทรูคิดว่าเท่าที่มีอยู่แม้จะเพียงพอ แต่ถ้าจะให้มั่นใจควรจะมีสำรองไว้ 50-60 % ซึ่งถือว่าดีที่สุด เพื่อให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับแนวโน้มการใช้งานของลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในอนาคต'
       
       ***เพิ่มพลังคอนเวอร์เจนท์***
       
       การใช้งานอินเทอร์เน็ตในเมืองไทยมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้บริการด้านเครือข่ายข้อมูลหรือ Data Network Service นับ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ ทั้งคอนซูเมอร์และคอร์ปอเรต ที่นอกจากส่งผ่านตัวอักษรและภาพแล้ว วิดีโอยังมีแนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มขึ้นตามความสามารถของเน็ตเวิร์กและดีไว ซ์ ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาสนใจในสิ่งที่นอกเหนือไปจากการดูแค่ภาพหรือเสียง เช่นการใช้งานด้านความบันเทิง หรือการทำงานผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
       
       นอกจากนี้ด้วยแนวทาง 'คอนเวอร์เจนท์' ของกลุ่มทรู ทำให้การเชื่อมโยงบริการต่างๆ ระหว่างลูกค้าภายในกลุ่ม ต้องการแบนด์วิดท์ที่มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีใหม่อย่าง 3.0 ที่สามารถให้บริการแบบ Triple Play (อินเทอร์เน็ต ทีวี และโทรศัพท์) ดังนั้นการเพิ่มความจุดังกล่าวจึงมีปัจจัยมาจากการใช้งานคอนเวอร์เจนท์ของ กลุ่มทรูที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน รวมไปถึงการคิดผลิตภัณฑ์ต่างๆ ร่วมกันจึงต้องการเน็ตเวิร์กที่มีประสิทธิภาพสูง
       
       'การใช้งานแบนด์วิดท์อินเทอร์เน็ตตามบ้านจากเดิมในช่วงไม่กี่ปีที่ ผ่านมาอยู่ที่ 5-6 Mbps แต่ปัจจุบัน 10 Mbps และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงการตอบสนองการใช้งานในด้านองค์กรที่จะมีการเชื่อมต่อกันเป็น 1 ท่อต่อ 1 บริษัททำให้เราต้องเพิ่มในส่วนนี้เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ประกอบกับการใช้งานรูปแบบใหม่ที่องค์กรต่างๆ อนุญาตให้พนักงานสามารถนำอุปกรณ์ส่วนตัวไปใช้ในที่ทำงานหรือ BYOD ได้ ก็จะก่อให้เกิดการใช้งานดาวน์โหลดที่มีความต่อเนื่องมากขึ้น เช่นการดาวน์โหลดวิดีโอ หรือกราฟิก ที่จะทำได้ในทุกๆ ที่โดยไม่ติดขัด'

***ภาษาไทย-ท่องเว็บนอก ต้นเหตุปั่นแบนด์วิดท์ ***
       
       วสุ กล่าวว่า เนื่องจากประเทศไทยมีการใช้ภาษาที่แตกต่างจากชาติอื่น ส่งผลให้ต้องมีการเก็บฐานข้อมูลซึ่งมีขนาดใหญ่ไว้ในประเทศ นอกจากนี้ยังมีปริมาณการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ก อาทิ Google YouTube และ Facebook ก่อให้เกิดทราฟิกสูงมาก ตลอดจนการไปดึงคอนเทนต์จากเว็บต่างประเทศที่ก่อให้เกิดการแคช (Cache ) ของข้อมูลเป็นจำนวนมากขึ้น อย่างเช่นในปีที่ผ่านมา Google ส่งแคชให้ทรูเยอะมาก ประกอบกับการใช้งานสูงขึ้นมากทำให้ต้องมีทราฟิกที่ต้องหมุนเวียนตลอดเวลา
       
       'เว็บแคชชิ่งคือการที่เครื่อง Proxy Server ทำการเก็บสำรองข้อมูลของเว็บไซต์ต่างๆ ที่เกิดจากการไปเยี่ยมชมของเครื่องลูกข่ายแต่ละเครื่องไว้ในฮาร์ดดิสก์ซึ่ง เรียกว่า แคช (Cache ) จากนั้นหากมีเครื่องลูกข่ายเครื่องใดที่ต้องการเยี่ยมชมเว็บไซต์เหล่านั้น ซ้ำ เครื่อง Proxy Server ก็จะดึงข้อมูลของเว็บไซต์นั้นจากแคชแล้วส่งกลับไปให้แทน ซึ่งเป็นการลดความถี่ในการเข้าถึงข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้โดยตรง ในขณะเดียวกันเครื่องลูกข่ายก็จะได้รับข้อมูลเร็วขึ้น ดังนั้นถ้าแคชมีขนาดใหญ่เท่าไร ความเร็วของระบบโดยรวมก็จะยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้น ทรูจึงจำเป็นต้องเพิ่มคาปาซิตี้เพื่อรองรับในเรื่องเหล่านี้ ถือเป็นการดึงดูดให้คนมาใช้งานให้นานที่สุด แต่ถ้ายังอยู่แบบความจุเดิมจะก่อให้เกิดคอขวด คนใช้งานช้าก็จะเบื่อ ดังนั้นการใช้งานและคุณภาพของจราจรของสัญญาณที่ลื่นไหลจะเป็นตัวทำให้ลูกค้า เลือกทรู'
       
       ทั้งนี้การลงทุนเพิ่มความจุให้กับแบ็กโบนดังกล่าวทรูได้ตั้งเป้าหมายรายได้ที่ 1,400 ล้านบาทในปีนี้ (เฉพาะ ตลาดคอร์ปอเรตใหญ่ๆ) เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 1,050 ล้านบาท โดยจะมีการทำบริการเสริมเพื่อให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตเติบโตยิ่งขึ้นอีก ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถรองรับระบบ VDI - Virtual Desktop Infrastructure ที่กำลังเป็นเทรนด์การทำงานทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ รวมไปถึงการให้บริการ Application as a Service ที่คาดว่าจะจับมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อนำเสนอต่อลูกค้าในอนาคตอันใกล้นี
       
       ***สื่อดิจิตอลบนคลาวด์อีกปัจจัยที่เพิ่มแบนด์วิดท์***
       
       ทรู อินเทอร์เน็ต จะให้บริการ Hatari AdNet โซลู ชั่นที่สามารถเปลี่ยนหน้าจอแสดงผลดิจิตอลทั่วไปให้เป็นแพลตฟอร์มการสื่อสาร เจาะกลุ่มองค์กรขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถเข้าถึงลูกค้าในรูปแบบที่แปลกใหม่ และสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับการทำให้แบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานการประชาสัมพันธ์หน้าร้าน ในรูปแบบบริการเสริม ด้วยแพลตฟอร์มที่จะเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการเดิมๆไปสู่รูปแบบการให้ บริการบนคลาวด์ (Cloud Delivery Model) เทคโนโลยีเครือข่าย รวมถึงแอปพลิเคชั่นแบบบิวท์อินอัจฉริยะ ซึ่งสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิตอลบนระบบคลาวด์นี้ นอกจากจะใช้โครงสร้าง พื้นฐานคลาวด์จากซิสโก้ และความเชี่ยวชาญทางด้านการให้บริการสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิตอลของฮาตาริ ไวร์เลส แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องนำมาประกอบกันคือการให้บริการบนระบบคลาวด์ ของทรู อินเทอร์เน็ต ซึ่งเมื่อการใช้งานนี้เป็นที่แพร่หลายมากขึ้น จะก่อให้เกิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่จำเป็นต้องใช้แบนด์วิดท์ที่สูงขึ้นด้วย
       
       วสุ เชื่อว่าการเติบโตของบริการดังกล่าวจะเกิดจากความจำเป็นของเอสเอ็มอีที่ต้อง ขยายช่องทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมี ประสิทธิภาพ และตรงใจลูกค้า รวมไปถึงการใช้งานควบคู่ไปกับเทคโนโลยีอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โมบิลิตี้ และเทคโนโลยีคลาวด์ ที่จะช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้ประสบความสำเร็จ และในปัจจุบันทรูมีลูกค้าเอสเอ็มอีหลายรายที่ใช้งานทางด้านนี้อยู่ ซึ่งหากมีบริการใหม่ๆ เพิ่มขึ้นลูกค้าก็จะมีการใช้งานแบนด์วิดท์จากทรูที่เพิ่มขึ้นด้วย

***Cisco Nexus 7000 พระเอกตัวจริง ***
       
       ดร.ธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า ทรูถือเป็นเจ้าแรกในเอเชียที่ใช้เทคโนโลยี Cisco Nexus 7000 นี้ รวมไปถึงยังเป็นผู้ให้บริการที่มีคาปาซิตี้มากที่สุดในโลก โดยเป็นการใช้งานอุปกรณ์เดิมเพียงแค่เปลี่ยนชิปการ์ดตัวใหม่ใส่เข้าไปเท่า นั้น เป็นการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องสิ้นเปลืองเวลาเปลี่ยนถ่าย เทคโนโลยี
       
       โดย Cisco Nexus 7000 ทำหน้าที่เป็นคอร์เน็ตเวิร์คของแพลตฟอร์มสวิตซ์ที่ผนวกความสามารถทางด้าน อีเทอร์เน็ต, ไอพี และสตอเรจ ไว้บนเครือข่ายเดียวกันอย่างครบวงจร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ Cisco Unified Service Delivery ช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ที่ปัจจุบันมีความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แพลตฟอร์มแบบโมดูลาร์ที่สามารถปรับขนาดได้ครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถส่งข้อมูลหรือวิดีโอจากดาต้าเซ็นเตอร์อย่าง ปลอดภัย และมีคุณภาพสูงสุด ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ผสานความสามารถด้านอีเทอร์เน็ตและสตอเรจไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์ทุกเครื่องสามารถเข้าถึงทรัพยากรเครือข่าย (Network Resources) และสตอเรจทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
       
       'ในปีนี้มาตรฐานความเร็วสูงสุดของชิป 1 ตัวอยู่ที่ 100 Gbps แต่ในอนาคตอันใกล้ซิสโก้ก็จะมีผลิตภัณฑ์ที่รองรับความเร็วสูงสุด 400 Gbps ต่อ 1 ตัวออกมาอีก ดังนั้นถ้าทางทรูต้องการเพิ่มแบนด์วิดท์ ก็สามารถนำชิปตัวดังกล่าวมาใส่เพิ่มในสวิตช์ Cisco Nexus 7000 ให้รองรับแบนด์วิดท์ที่เพิ่มขึ้นได้เช่นกัน'
       
       เน็ตเวิร์กถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจและก่อให้เกิด ‘Internet of Everything’ ที่สร้างความต้องการด้านวิดีโอ คลาวด์ และการบริการด้านโมบายล์กำลังผลักดันให้องค์กรธุรกิจต่างๆสร้างอำนาจในการ เชื่อมต่อ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะมีการแข่งขันที่สูงมากในการให้ บริการเครือข่ายข้อมูล ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแก่ลูกค้า ดังนั้นการปรับปรุงประสิทธิภาพของการทำงานของระบบก่อนคู่แข่งจึงถือเป็นความ ได้เปรียบเพราะจะสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้มากกว่า